ขายของออนไลน์อย่างไร ให้ได้กำไรจากค่าขนส่ง?

สำหรับคนทำธุรกิจขายของออนไลน์ “ต้นทุน” ถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะยิ่งเราควบคุมต้นทุนได้ดีมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้มีโอกาสเพิ่ม “กำไร” ได้มากเท่านั้น และทั้งนี้เอง “ค่าขนส่งสินค้า” ถือเป็นต้นทุนหลักในการประกอบอาชีพขายของออนไลน์เลยก็ว่าได้ ดังนั้น เราจึงจะพาไปดูกันว่า จะมีวิธีใดกันบ้างนะ ที่จะสามารถช่วยเพิ่มกำไรให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ ผ่านกลยุทธ์ “ค่าส่งสินค้า”

1. ศึกษาโครงสร้างราคาค่าขนส่งให้แม่นยำ

วิธีการแรกที่จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถทำกำไรจาก “ค่าขนส่ง” ได้มากขึ้น คือ เราต้องทราบเสียก่อนว่า “ค่าขนส่ง” ที่เราใช้บริการจากบริษัทขนส่งนั้นมีเรทราคาอยู่ที่เท่าไร และมีเรทส่วนลดในการจัดส่งเป็นอย่างไร เช่น หากส่งสินค้าจำนวน 1,000 ชิ้นต่อเดือนขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 5% เป็นต้น ซึ่งพอเราแม่นยำตรงส่วนนี้ ก็จะทำให้เราสามารถที่จะคำนวณการทำยอดขาย และได้ส่วนลดค่าส่งได้ และทำให้มีกำไรเพิ่มมากขึ้นได้จากส่วนลดที่ได้รับ

2. ออกค่าส่งให้ลูกค้า ด้วยการหาสินค้าที่ดีแต่มีต้นทุนต่ำ

กลยุทธ์ฟรีค่าจัดส่ง คือกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างถล่มทลาย เพราะโดยปกติเวลาซื้อของ นอกจากต้องจ่ายค่าสินค้าแล้ว การจ่ายค่าจัดส่งเองของลูกค้า แม้จะเป็นจำนวนเงินเพียงไม่กี่สิบบาทหรือว่าหลักร้อยบาท ก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ต้องเสียหลายต่อ” ต้องเสียอะไรมากกว่าแค่ค่าสินค้า ดังนั้น ในทางจิตวิทยา เมื่อมีบริการค่าส่งฟรี จึงทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าจากร้านของเราได้ง่ายขึ้น

ซึ่งการที่เราจะออกค่าส่งให้ลูกค้าได้นั้น เราก็ต้องนำเอาค่าจัดส่งรวมเข้าไปเป็นต้นทุนของสินค้าด้วย นั่นจึงทำให้หากเราเลือกสินค้าที่มีต้นทุนไม่สูงมาก แต่มีคุณภาพมากมาขาย โดยวางแผนตั้งแต่ก่อนเริ่มธุรกิจ วางแผนเรื่องราคาและการหาสินค้ามาขายอย่างดี ก็จะทำให้มีข้อได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยมีกลยุทธ์ในการทำเพิ่มยอดขายจากการขายแบบฟรีค่าจัดส่ง

3. ยอมหั่นกำไรต่อชิ้น เพื่อเพิ่มกำไรจากปริมาณยอดขายรวม

ยังคงอยู่ในรูปแบบของการ “ฟรีค่าส่ง” แต่ไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงการมองหาสินค้าต้นทุนต่ำให้วุ่นวาย แต่เปลี่ยนมาเป็นการ “ลดกำไรลง” เพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่มีคุณภาพที่สุด ในราคาที่ดีที่สุดและไม่เสียค่าจัดส่ง จุดนี้จริงอยู่ว่าอาจทำให้เราได้กำไรต่อชิ้นน้อยลง แต่ถ้าสามารถเพิ่มปริมาณยอดขายได้ ก็จะทำให้เราได้รับกำไรมากขึ้นได้เช่นกัน

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นสำหรับวิธีนี้ก็คือ “เราจะได้ใจลูกค้า” ซึ่งจะทำให้เกิดการซื้อซ้ำ บอกต่อ และทำให้โอกาสในการทำธุรกิจมีความมั่นคงมากขึ้นจากฐานลูกค้าที่เชื่อใจเรา ทั้งนี้ เราอาจไม่จำเป็นต้องฟรีค่าส่งตลอดเวลาก็ได้ แต่จัดเป็นโปรโมชั่น จัดแพ็กสินค้าที่ทำให้เรานำกำไรของสินค้าหลายๆ ตัวมาช่วยเฉลี่ยออกค่าส่งให้กับลูกค้าได้ หรือจัดโปรแกรมฟรีค่าจัดส่งเป็นครั้งคราว เพื่อกระตุ้นยอดขายเป็นระยะๆ

4. เป็นผู้ให้บริการด้านการจัดส่งเองซะเลย

อาจฟังดูเป็นเรื่องยากและไกลตัว แต่ก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ยาก และทำให้เราได้กำไรแบบเต็มๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะหากเรา “เป็นเจ้าของธุรกิจขนส่ง” ก็เท่ากับว่า ค่าขนส่งที่ไม่ว่าเราจะออกให้กับลูกค้า หรือลูกค้าออกเอง เราก็มีเงินไหลเข้าในธุรกิจของเราทั้งนั้น ทั้งนี้ สำหรับแฟรนไชส์ Quick Service ร้านบริการส่งพัสดุด่วนซึ่งเป็นพันธมิตรหลักกับไปรษณีย์ไทยและ Kerry Express นั้น เราจะได้ส่วนลดจากทั้ง 2 บริษัท

ทำให้แม้เราจะให้บริการส่งพัสดุด้วยราคาเดิมจากทั้งเคอรี่และไปรษณีย์ไทย แต่เราก็ยังได้กำไรจากส่วนลดอยู่ นั่นหมายความว่า ลูกค้าไต้องจ่ายแพงกว่าเดิม แม้จะส่งกับร้านส่งเอกชนอย่าง Quick Service ในขณะที่เจ้าของแฟรนไซส์ก็ได้กำไรในทุกๆ กล่องของการส่งพัสดุ ซึ่งถือเป็นโมเดลการทำธุรกิจที่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ปัจจุบันนิยมกันอย่างมาก

การลดต้นทุนในการส่งพัสดุนั้น ไม่ใช่ทำได้เพียงแค่ลดจากราคาค่าขนส่ง หรือการลดต้นทุนสินค้าเท่านั้น แต่ในกระบวนการของการนำสินค้าไปแพ็ค ไปส่งยังบริษัทขนส่ง ก็ถือเป็นต้นทุนเวลาและมีค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ต้องใช้ไปด้วย ซึ่งถ้าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์สามารถลดขั้นตอน ลดเวลา ลดกระบวนการขนสินค้าไปยังบริษัทขนส่งได้ ก็จะยิ่งทำให้ช่วยลดต้นทุนในการจัดส่งได้มากขึ้น และกลายไปเป็นกำไรในการทำธุรกิจได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ หนึ่งในทางออกที่จะช่วยลดต้นทุนเรื่องค่าจัดส่งพัสดุแบบครบวงจรได้นั้น ก็การเลือกใช้บริการขนส่งพัสดุด่วนกับ Quick Service ที่มีบริการห่อฟรี และไปรับสินค้าถึงบ้านพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ฟรี ทำให้สะดวกสบายและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

READ  วิธีการรีวิวสินค้า 3 แบบ
Scroll to top