รู้ไหม? ใครคือ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Logistic

รู้ไหม? ใครคือ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Logistic

ถ้าพูดถึงแฟรนไชส์ส่งพัสดุด่วนในยุคปัจจุบัน แม้หลายๆ คนที่รู้สึกว่าเป็นช่องทางโอกาสที่ดีเพราะเป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแสตอบรับของโลกออนไลน์ที่มีการซื้อของและต้องส่งของเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันทุกคนที่อยากจะลงทุนก็เกิดความลังเลว่า จะเลือกซื้อแฟรนไชส์ของที่ไหนดี ยิ่งทุกวันนี้มีลักษณะธุรกิจแฟรนไชส์จัดส่งพัสดุเกิดขึ้นมากมายด้วยแล้ว ยิ่งกลัวว่าคู่แข่งจะเยอะอีก จนพาลให้ปฏิเสธโอกาสที่จะได้ทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบันอย่างน่าเสียดาย

ซึ่งเพื่อให้ทุกคนที่กำลังมองเห็นโอกาสในการลงทุนกับแฟรนไชส์ร้านส่งพัสดุด่วนมากขึ้น วันนี้ Quick Service จะมาชี้ให้เห็นกันแบบชัดๆ ครับว่า ทำไม การเลือกลงทุนกับแฟรนไชส์ Quick Service ถึงเป็นการเลือกที่ดีที่สุด ที่จะทำให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากที่สุด

เพราะ Quick Service คือพันธมิตรของเจ้าตลาดขนส่ง

ถ้าถามว่าใครคือเจ้าตลาดของวงการ Logistic ในเมืองไทย เชื่อเหลือเกินครับว่า “ไปรษณีย์ไทย” กับ “Kerry Express” คือ 2 ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงกันแน่ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องนะครับ แต่เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น เราจะมาเผยตัวเลขรายได้กันสักนิดว่า ทั้ง 2 บริษัทนี้แข็งแกร่งขนาดไหน โดยจากการเก็บข้อมูลของ Creden ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2562 ผลปรากฏว่า ไปรษณีย์ไทย คือบริษัทด้านการขนส่งที่ทำรายได้อันดับ 1 อยู่ที่ 29,298,317 บาท

และ Kerry Express คือบริษัทที่ทำรายได้เป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 13,667,678 บาท และการที่ Quick Service เป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของทั้ง 2 บริษัทยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดวงการขนส่งนี้เอง จึงทำให้รายได้ของสาขา Quick Service เองก็เติบโตตามไปด้วย นั่นหมายความว่า ตราบเท่านที่ไปรษณีย์ไทย กับ Kerry Express ยังคงครองความเป็นที่ 1 ที่ 2 ของตลาดอยู่นี้ สาขา Quick Service เองก็จะยังสามารถเติบโตตามต่อไปได้อย่างมั่นคงยั่งยืน

รู้ไหม? ใครคือ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการ Logistic

Quick Service ได้อะไรจากการเป็นพันธมิตรกับไปรษณีย์และเคอรี่

โดยปกติทั่วไป แฟรนไขส์ขนส่งพัสดุนั้น จะต้องรวบรวมนำเอาพัสดุที่ลูกค้านำมาส่ง ไปส่งเองตามจุดรับส่งหลัก ซึ่งก็ได้แก่ไปรษณีย์และเคอรี่ นั่นจึงทำให้ จะต้องมีต้นทุนส่วนนี้เกิดขึ้นมาอีก ตลอดจนในความไม่ชำนาญของรถขนส่งของตัวเอง หรือรถร่วมบริการก็ดี ก็อาจทำให้เกิดความผิดพลาด และนำความเสียหายตามมาในที่สุด แต่สำหรับแฟรนไชส์ Quick Service ในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการกับไปรษณีย์ไทยและ Kerry Express นั้น เราไม่จำเป็นต้องมีรถร่วม เพื่อนำพัสดุไปส่งที่จุดส่งหลัก เพราะทุกวันจะมีรถของทางไปรษณีย์ไทยและ Kerry Express เข้ามารับพัสดุจากเราไปส่งตามระบบ ทำให้เราไม่ต้องมีต้นทุนในส่วนนี้ ในขณะเดียวกัน พัสดุทุกกล่องที่ลูกค้านำมาส่งกับเรา สาขาก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์ส่วนลดทันทีทุกกล่องที่กลายไปเป็นรายได้สำหรับสาขา

ซึ่งเราสามารถให้ลูกค้าส่งด้วยระบบไปรษณีย์หรือ Kerry ก็ได้ตามแต่ลูกค้าสะดวก โดยที่ลูกค้าก็จ่ายเรทราคาค่าส่งตามที่เคยส่งนั่นแหละ ทำให้ลูกค้าก็สะดวกใจที่มีช่องทางให้เลือกส่งได้ทั้งไปรษณีย์และ Kerry แถมก็ไม่ได้มีถูกชาร์จเพิ่ม จัดส่งก็ด้วยระบบขนส่งของเจ้าตลาดที่เป็นมืออาชีพ ในขณะที่เราเจ้าของแฟรนไชส์ ก็ได้รับรายได้ทุกกล่อง ไม่ต้องมีต้นทุนค่าจัดส่ง เพราะแบบนี้เอง Quick Service จึงเป็นแฟรนไชส์ที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าแฟรนไชส์ทั่วไป ด้วยเพราพลังแห่งการเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการกับ 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการขนส่งของประเทศ

นอกจาการเป็นพันธมิตรกับไปรษณีย์ไทย และ Kerry Express แล้ว Quick Service ยังมีพันธมิตรทางธุรกิจที่มีศักยภาพอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lazada Shopee ที่ทำให้ Quick Service กลายเป็นจุด Drop Off ที่แม้ค้าพ่อค้าออนไลน์ที่ขายของกับแพลตฟอร์ม Lazada Shopee สามารถนำสินค้ามาฝากส่งได้ฟรี แต่สาขา Quick Service ได้รายได้เป็นส่วนแบ่งทุกกล่อง หรือการเป็นพันธมิตรกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้แนะนำสินเชื่อบ้านและรถยนต์อย่างเป็นทางการ ก็ยังทำให้ Quick Service สามารถแนะนำสินเชื่อบ้านและรถให้กับลูกค้าได้ โดยได้รับค่าคอมมิสชั่นเป็นการตอบแทน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า Quick Service ไม่ใช่แฟรนไชส์ตัวเล็กๆ ที่โดดเดี่ยว แต่เป็นแฟรนไชส์ศักยภาพที่ “ยักษ์ใหญ่” ในหลายๆ วงการเห็นความสามารถ จึงตบเท้าเข้ามาสร้างความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อให้ก้าวเติบโตไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นแล้ว สำหรับคนที่ตัดสินใจลงทุนกับ Quick Service จึงเสมือนได้ร่วมทำธุรกิจกับบริษัทชั้นนำระดับประเทศไปด้วย และนั่นก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างดีว่า Quick Service ที่เราตัดสินใจลงทุนไป จะมีโอกาสประสบความสำเร็จได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

READ  วิกฤตโควิด พิสูจน์ว่า Quick Service สุดแข็งแกร่ง
Scroll to top