ธุรกิจขนส่ง กับ 7 เหตุผลที่ทำให้เป็นธุรกิจมาแรงยุคออนไลน์

ธุรกิจขนส่ง กับ 7 เหตุผลที่ทำให้เป็นธุรกิจมาแรงยุคออนไลน์

ถ้าใครยังพอจำกันได้ เชื่อเหลือเกินว่าคงน่าจะเคยผ่านหูผ่านตาได้ยิน “คำนายอาชีพดาวร่วง” กันมาพอสมควร ซึ่งในระยะ 5 ปีที่ผ่านมานี้ ไม่ว่าจะเป็นบทความของสำนักข่าวใหญ่เล็ก หรือโพลใดๆ ก็แล้วแต่ “ธุรกิจขนส่ง” หรือว่า “ธุรกิจโลจิสติกส์ ร่วมถึง “บุรุษไปรษณีย์” คือ อาชีพดาวร่วงที่อยู่ในโพลเสมอ

แต่ทั้งนี้ ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย เพราะตั้งแต่ปีที่มีข่าวเหล่านั้นออกมา การเติบโตก้าวหน้าของคนส่งของ และธุรกิจโลจิสติกส์ ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งต่อจากนี้ไป คือข้อเท็จจริงที่เป็นหลักฐานสำคัญพิสูจน์ว่า อาชีพคนส่งของ และธุรกิจขนส่ง คือ อาชีพและธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตและน่าจับตามองแห่งอนาคต

อาชีพเสริม

1. มูลค่าการซื้อขายของออนไลน์ในปี 2561 โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปี 2560 ถึงเกือบร้อยละ 10 นั่นหมายความว่า ธุรกิจโลจิสติกส์และคนส่งของต้องมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย


2. นับจากนี้ต่อไป พฤติกรรมการซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ แล้วขยับเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว นั่นหมายความว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ และคนส่งของ จะเติบโตกว่านี้อีกหลายเท่า


3. Line Man, Grab Food, Food Panda, Get, LalaMove ฯลฯ และอีกหลายๆ ชื่อ Start Up ทั้งหมดนี้ คือ แพลทฟอร์มของธุรกิจโลจิสติกส์ ที่สร้างอาชีพที่สองให้คนไทยกลายเป็นคนส่งของ และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหมายความว่า อาชีพคนส่งของมีโอกาสเติบโต และการเกิดขึ้นของ Start Up เหล่านี้ หมายความว่า มีคนใช้บริการส่งของเป็นจำนวนมากพอที่จะทำธุรกิจ Start Up เหล่านี้เติบโตได้


4. แม้กระทั่ง 7-11 ที่มีสาขาเกือบแสนสาขาทั่วประเทศไทย ปัจจุบันก็กระโดดลงมาร่วมวงธุรกิจขนส่งเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยบริการ “สปีดดี 24 ชั่วโมง” นั่นหมายความว่า ธุรกิจขนส่ง และคนส่งของ เป็นโอกาสทองของแท้ ไม่ใช่ของเทียม


5. ท่ามกลางการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce ทำให้ปัจจุบันเราเห็นธุรกิจขนส่งรายย่อขนส่งเอกชนเป็นจำนวนมาก แต่แม้หลายคนจะตั้งคำถามว่าเปิดมาแล้วจะมีคนใช้บริการหรอ? ความจริงก็ยังคงไม่เคยโกหกใคร เพราะปัจจุบันมีการคาดการณ์กันว่ามูลค่าตลาดของธุรกิจขนส่งรายย่อยนั้นอยู่ที่ประมาณ 27,000 ล้านบาท และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 10-20 ต่อปี


6. แม้ธุรกิจขนส่งเอกชนจะดูดุเดือดและมีแนวโน้มดี แต่ทราบหรือไม่ว่า ปัจจุบันไปรษณีย์ก็ยังคงครองอันดับ 1 ผู้นำด้านการขนส่งพัสดุอยู่ โดยเป็นเจ้าของส่วนแบ่งการตลาดทั้งประเทศอยู่ที่ 55% และมีกำไรสุทธิในปี 2560 อยู่ที่ 4,222 ล้านบาท
7. แม้หลายคนจะคาดการณ์กันว่าต่อไป “Ai” จะถูกนำมาใช้แทนที่คนในการขนส่ง และมีหลายประเทศเริ่มพัฒนาเริ่มใช้ในกลุ่มเล็กๆ กันแล้วบ้าง แต่กว่าจะไปถึงวันนั้น แต่กว่าที่ประเทศไทยจะก้าวไปถึงวันนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “คนส่งของธุรกิจโลจิสติกส์ รวมถึงขนส่งพัสดุเอกชน ขนส่งพัสดุรายย่อย ก็ยังคงมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีกยาวนานอย่างมั่งคง ตราบเท่าที่ยุคสมัยของการขายของออนไลน์ยังคงเฟื่องฟู

ธุรกิจส่งของ” ไม่มีวันตาย ตราบที่อีคอมเมิร์ชออนไลน์ยังคงรุ่งรือง อาชีพคนส่งของยังคงมีโอกาสเติบโตได้เสมอ ตราบเท่าที่ยังมีการค้าขายอยู่บนโลกใบนี้ นี่คือความจริงที่เราต่างก็พิสูจน์กันได้ด้วยตาตัวเอง ที่ทุกวันนี้บนถนน เราจะเห็น “คนส่งของ” อย่างน้อยหนึ่งคนเสมอในระยะสายตา และนั่นคือโอกาสสำหรับคนที่มองเห็น ในการที่จะลงไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของส่วนแบ่งการตลาดที่มีแต่จะเติบโตเรื่อยๆ ของธุรกิจส่งของ ส่งพัสดุด่วน ซึ่งเราสามารถเลือกเป็นได้ทั้ง “คนส่งของ” หรือ “เจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ส่งของ” ก็ได้

READ  ใช้บริการ Quick Service ดียังไงในช่วงวิกฤตโควิด
Scroll to top